วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

แพทย์เตือนผู้เสพสารเสพติดประเภทพืชกระท่อมผสมกับยาจำพวกจิตเวชจะทำให้มีผลข้างเคียงเกร็งและคอแข็งและอาจจะถึงตายได้

นายแพทย์ชัยยุทธ ศักดิ์ศรชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพังงา ได้ออกชี้แจงกรณีที่มีกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ไม่ต่ำกว่า ๑๓ ราย ทยอยเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการชักเกร็ง ตัวแข็ง คอแข็ง หน้าเงยขึ้นฟ้า ตาเหลือก ลิ้นจุกปาก ใน ๓ วันที่ผ่านมา ซึ่งทางแพทย์ได้ทำการรักษาและให้นอนโรงพยาบาลโดยอาการดังกล่าวเกิดหลังจากเสพน้ำต้มใบกระท่อมผสมด้วยยา HALOPERIDOL ขนาด ๑๐ มิลลิกรัม ซึ่งเป็นยาที่ใช้ควบคุมอาการทางจิตและควบคุมการกระตุก ใช้แก้ไขการก้าวร้าวของเด็ก โดยเป็นยาอันตรายและเป็นยาควบคุมเนื่องจากมีผลข้างเคียงสูง เช่น ลิ้นแข็ง ปากแห้ง ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายยาทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการโรคจิตเวช เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานว่าผู้ป่วยที่เสพพืชกระท่อมผสมยาชนิดนี้ได้ยามาจากผู้ป่วยที่มีอาการจิตเวชโดยไม่ทราบว่าจะมีผลข้างเคียง

ในขณะที่กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ที่ถูกนำส่งเข้าเป็นผู้ป่วยของทางโรงพยาบาลพังงาหลังจากได้กินยาประเภทจิตเวชเข้าไปแล้ว กล่าวว่า มีเพื่อนต่างหมู่บ้านได้นำยามาจำหน่ายซึ่งบรรจุในหลอดกาแฟประมาณ ๑๐๐ เม็ด มีหลายสี เช่น เหลือง ม่วง ส้ม ฟ้า แต่ไม่ได้ซื้อทางเพื่อนต่างหมู่บ้านจึงให้ยาไว้ทดลองจำนวน ๒๐ เม็ด บอกว่าเป็นยาชนิดใหม่กินแล้วจะเมาเคลิ้มหลับสบายกว่าพืชใบกระท่อมที่ผสมสูตรสี่คูณร้อย โดยแบ่งกันกินคนละ ๓ เม็ด พร้อมด้วยน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งที่นิยมมาผสมกับน้ำต้มใบกระท่อมพักหนึ่งเกิดอาการง่วงจนไม่สามารถลืมตาได้และได้นอนหลับ จากนั้นตื่นขึ้นมาอีกทีช่วงสายของอีก รู้สึกว่าตนเองเริ่มมีอาการคอแข็ง มือเกร็ง ลิ้นจุกปาก น้ำลายไหล ชาตามร่างกายไม่สามารยืนหรือเดินตรงๆได้ และขอเตือนเพื่อนๆว่า อาการที่เกิดขึ้นกับตนเองมันรู้สึกทรมานมากอาจจะทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีก

ข้อมูลจาก :: เสรี นาวงศ์ ส.ปชส.พังงา

1 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณสำหรับข่าวสารดีๆเกี่ยวกับสารเสพติดตัวนี้มากนะครับ ผมเองก็จะเป็นอีกแรงหนึ่งที่ช่วยกระจายข่าวนี้ให้ครับ

    ชุดตรวจสารเสพติด

    ตอบลบ

ความคิดเห็นทั่วไป